กระบะยักษ์ “ NEW MG EXTENDER” แกร่งให้มากกว่าที่คิด!

กระบะยักษ์ “ NEW MG EXTENDER” แกร่งให้มากกว่าที่คิด!

extender_3โหมโรง!…เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกค้า มาพร้อมกับการออกแบบแนวความคิด “BRIT Dynamic” นับว่าโดดเด่นทั้งด้านรูปลักษณ์ และมิติตัวถังขนาดใหญ่พร้อม สมรรถนะที่เหนือกว่า การควบคุมที่สมบูรณ์แบบ มาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน ความโดดเด่นของค่าย MG ก็คือระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ “i-SMART” รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกของโลกในรถกระบะ

mg_1ภายนอก NEW MG EXTENDER
แตกต่างด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบโมเดิร์นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเอ็มจี พร้อมมิติตัวถังขนาดใหญ่โดยมีทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) ที่มีความยาวกระบะท้ายถึง 1,900 มิลลิเมตร ซึ่งยาวที่สุดในรถระดับเดียวกันจึงช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุกได้มากยิ่งขึ้น และแบบ 4 ประตู (Double Cab) พร้อมช่วงล่างแบบ EUROPEAN TUNING SUSPENSION ระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) ด้านหลังแหนบแบบซ้อนแผ่น (Leaf Spring Suspension) ทำงานควบคู่กับช่วงล่างแบบ BRIT Dynamic ซึ่งให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ในความเร็วต่ำ และให้ความมั่นคงในการขับขี่ที่ความเร็วสูง เพิ่มความปลอดภัยและมั่นใจในการใช้งาน ในขณะที่ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ (Projector) พร้อม Daytime Running Lights บันไดข้าง และกล้องมองหลังพร้อมเซนเซอร์ขณะถอย ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่ในรุ่น Giant Cab แบบยกสูง

mgmg_0ภายใน NEW MG EXTENDER
ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย และเก็บเสียงดีเยี่ยมด้วยการออกแบบฉนวนกันเสียง 9 จุด การออกแบบภายในสร้างความรู้สึกแข็งแกร่งสอดคล้องกับรูปลักษณ์ภายนอกโดยใช้โทนสีเข้มและเพิ่มความเรียบหรูด้วยวัสดุ ให้สัมผัสนุ่ม (SOFT TOUCH) พร้อมแผงหน้าปัดดีไซน์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ครบครัน อาทิ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว กุญแจระบบ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ โดยในรุ่น Double Cab ยังมาพร้อมเบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้า เบาะหลังพับได้ และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

extender_14extender_13extender_12extender_10สมรรถนะ NEW MG EXTENDER
ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น 2.0 ลิตร เทอร์โบ แปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 375 นิวตันเมตร พร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ และแบบธรรมดา 6 จังหวะ ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ทั้ง ECO และ POWER

extender_9เพื่อตอบสนองทุกการใช้งาน โดยในรุ่น Double Cab จะมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) และขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ซึ่งมีโหมดการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพถนน 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L

extender_7

extender_4mg_3ระบบความปลอดภัยครบครันใน NEW MG EXTENDER
มาพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ FSF (Full Space Frame) แบบ Ultra-high Strength Body ด้วยโครงสร้างที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง Thermoforming Steel ในบริเวณเสา A ไปจนถึงเสา B และโครงสร้างโดยรวมใช้เหล็กแบบ High Strength Steel ที่มีความแข็งแกร่งสูง ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และเสริมความมั่นคงในการขับขี่ พร้อมรับทุกสภาพการใช้งาน และปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System ที่ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย
o ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Braking System)
o ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
o ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)
o ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
o ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
o ระบบตรวจสอบความผิดปดติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
o ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
o ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descend Control System)
o ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
o ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning System)mg_4

extender_6extender_5นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง พร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ รวมถึงกล้องมองภาพ รอบทิศทาง สัญญาณเตือนกะระยะด้านหลังและด้านหน้า และกล้องมองหลังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่

extender_11extender_8After Drive
ผู้เขียนเองได้ทดลองนั่งขับในรุ่น 2 ตอน หรือ Double Cab ตัวท๊อปสุด ก็ถือว่าโดดเด่น ห้องโดยสารกว้างนั่งสบาย ระบบส่งกำลังแบบธรรมดาและอัตโนมัติ 6 จังหวะ ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ทั้ง ECO และ POWER ตอบสนองทุกการใช้งาน ผู้เขียนทดสอบแบบขับ 4 (4WD) ใช้งานง่ายได้อย่างลงตัว กับสมรรถนะจากเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอลเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ แปรผัน การออกตัวให้พละกำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 375 นิวตันเมตร กับสภาพสนามทดสอบที่โหดสั้นๆ จะเห็นว่าระบบช่วงล่างแบบ EUROPEAN TUNING SUSPENSION ให้ความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสภาพถนน ทำงานได้ดีมาก การเก็บเสียงที่เข้ามาในห้องโดยสาร อยู่ในเกณฑ์พอใช้ ที่สำคัญผู้เขียนเองชื่นชอบมากๆเห็นจะเป็นกล้องมองภาพรอบตัวรถ มาพร้อมกับหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว เห็นตัวรถรอบคันแม้นแต่มุมบนของตัวรถ เปิดปิดด้วยกุญแจระบบ Smart Key พร้อมปุ๋ม Push Start ใช้งานง่ายดาย แอร์เย็นสบายกับระบบปรับอากาศอัตโนมัติ รุ่นนี้ผู้เขียนถือว่าเป็นรถกระบะอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามอง เพราะเบาะนั่งคู่หน้าเป็นระบบไฟฟ้า ส่วนเบาะหลังพับได้ แถมมีช่องปรับอากาศด้านหลังอีกต่างหาก ถือว่าเป็นความคุ้มค่าที่ผู้เขียนได้ไปสัมผัสมา “แกร่งให้มากกว่าที่คิด”

extender_0extender_1mg_5NEW MG EXTENDER มีให้เลือกทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู (Double Cab) ซึ่งมีทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ (2WD) และแบบ 4 ล้อ (4WD) ครอบคลุมทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม 5 สีให้เลือก คือ สีขาว Artic WHITE สีดำ BLACK Knight สีเงิน SILVER Metallic สีแดง Scarlet RED และ สีเทา Metal Ash GREY โดยมีทั้งหมด 9 รุ่นย่อยดังนี้
NEW MG EXTENDER รุ่น GIANT CAB (กระบะตอนครึ่ง) 

o NEW MG EXTENDER GC 2.0 C 6MT  ราคา 549,000.- บาท
o NEW MG EXTENDER GC 2.0 D 6MT  ราคา 619,000.- บาท
o NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND D 6MT ราคา 659,000.- บาท
o NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND D 6AT ราคา 719,000.- บาท
o NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND X 6MT ราคา 729,000.- บาท

NEW MG EXTENDER รุ่น DOUBLE CAB (4 ประตู) 

o NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND D 6MT ราคา 759,000.- บาท
o NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND D 6AT ราคา 819,000.- บาท
o NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND X 6AT ราคา 879,000.- บาท
o NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND 4WD X  6AT ราคา 1,029,000 บาท

ทีมงาน D Car ขอขอบคุณบริษัท เอ็ม จี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้เชิญไปร่วมทดสอบในครั้งนี้ครับ