ฮุนไดจัดทริปทดสอบช่วงล่างใหม่ นุ่มนวลตอบโจทย์ทุกการใช้งาน พร้อมตามรอยประวัติศาสตร์ไหว้พระเมืองอยุธยา

ฮุนไดจัดทริปทดสอบช่วงล่างใหม่ นุ่มนวลตอบโจทย์ทุกการใช้งาน พร้อมตามรอยประวัติศาสตร์ไหว้พระเมืองอยุธยา

บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด จัดกิจกรรมเชิญสื่อมวลชนทดลองขับรถยนต์ ฮุนได รุ่นเอช-วัน บนเส้นทาง กรุงเทพฯ – อยุธยา สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลมากยิ่งขึ้นกับช่วงล่างใหม่แบบ Monotube พร้อมความสะดวกสบายในการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ที่นอกเหนือจากเป็นรถยนต์ประเภทอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่ขับง่าย สะดวกทุกเส้นทางแล้ว ยังเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว

ND4_4973ND5_0665กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการเดินทางแบบ One-day Trip บนเส้นทาง กรุงเทพฯ – อยุธยา เพื่อให้สื่อมวลชนได้ทดสอบระบบช่วงล่างใหม่ของรถยนต์ฮุนได บนเส้นทางที่หลากหลาย โดยนำคณะสื่อมวลชนออกเดินทางจาก ฮุนไดสำนักงานใหญ่ วิภาวดี ใช้เส้นทางวิภาวดีรังสิต วิ่งถนนสายเอเซีย แล้วเลี้ยวซ้ายไปบางปะอิน ตรงมาเรื่อยๆจนถึง “วัดนิเวศธรรมประวัติ” ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามกับพระราชวังบางปะอิน จากนั้นพาสื่อมวลชนนั่งกระเช้าข้ามฝั่งแม่น้ำ เพื่อไหว้พระและชมความงดงามภายในบริเวณวัด โดยวัดนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ในสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อเสด็จฯแปรพระราชฐานมาประทับที่ราชวังบางปะอิน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างเลียนแบบโบสถ์ฝรั่งเป็นศิลปะแบบโกธิค สิ่งก่อสร้างภายในวัดทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบยุโรปทั้งสิ้น

ND4_4987ND4_5013ND4_5032ND4_5043ND4_5055หลังจากนั้นพักรับประทานอาหารกลางวัน ณ “เรือนจรุง”อยุธยา โฮมสเตย์แนวคิดสโลว์ไลฟ์ ลิ้มรสชาติอาหารไทยฝีมือชาวบ้าน ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมไปด้วยทุ่งนาอันเขียวขจี และบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง บริเวณโดยรอบปลูกผักสวนครัว ทำกรอบรูป เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตในแบบเรียบง่าย ผ่อนคลาย หนีความวุ่นวายจากเมืองกรุง

ND4_5088ND4_5117จากนั้นเดินทางต่อไปยัง “วัดหน้าพระเมรุ” เยี่ยมชมความงดงามพร้อมเรียนรู้ประวัติศาตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งที่นี่เป็นเพียงวัดเดียวในกรุงศรีอยุธยาที่รอดจากการถูกเผาทำลายจากพม่าและอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงทำให้วัดหน้าพระเมรุเป็นวัดที่ยังคงสืบทอดสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา ตกทอดมาให้คนรุ่นหลังได้ชมกันจนทุกวันนี้ ไปต่อกันที่วัดสุดท้ายของทริปนี้ “วัดใหญ่ชัยมงคล” เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดและนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมมากที่สุดวัดหนึ่งในอยุธยา มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและสวยงาม อาทิ “เจดีย์ชัยมงคล” เป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในอยุธยาและเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ, วิหารพระพุทธไสยาสน์ ที่สร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระอุโบสถที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอู่ทอง เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติกรรมฐานรวมทั้งประกอบพิธีกรรมต่างๆ หลังจากไหว้พระทำบุญเรียบร้อยแล้ว แวะเปลี่ยนอิริยาบถกันสักนิดที่ “The Summer House” ร้านกาแฟสุดชิค บรรยากาศดี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จิบกาแฟและเครื่องดื่มคลายร้อน ผ่อนคลายกันให้เต็มที่ จากนั้นเดินทางกลับมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ

ND4_5142ND4_5161ND4_5177ND4_5198 copyND4_5214 copyตลอดระยะทางรวมทั้งสิ้น 142 กิโลเมตรในทริปนี้ สื่อมวลชนจะได้ทดสอบช่วงล่างใหม่ที่ติดตั้งในรถยนต์ฮุนไดทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ ฮุนได เอช-วัน เดอลุกซ์ และ อิลีท ซึ่งเป็นออฟชั่นใหม่ที่เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบ

ND4_5129ND4_4934ND4_4938ND4_4918ND4_4941ความนุ่มนวล และความสะดวกสบายในการเดินทางมากยิ่งขึ้น
ช่วงล่างใหม่ของรถยนต์ฮุนได ประกอบด้วยชุดโช้คอัพและสปริงหลังที่นำมาติดตั้งใหม่ เป็นโช้คอัพชุดอัพเกรด ระบบ Monotube ที่ผ่านการรับประกันคุณภาพและทดสอบมาตรฐานจาก บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด โดยมีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่ารุ่นมาตรฐานดังนี้ มีลูกสูบที่ใหญ่กว่าและสามารถจุน้ำมันได้มากกว่า ทำให้มีการตอบสนองการขับขี่ที่ดีขึ้น นุ่มนวลมากขึ้น และลดความกระด้าง มีการแยกส่วนห้องบรรจุน้ำมันกับแก๊สอย่างชัดเจน ทำให้ไม่เกิดการผสมกันระหว่างน้ำมันและแก๊ส นอกจากนี้ยังติดตั้งลูกสูบแบบไฮโฟลขนาด 46 มิลลิเมตร ช่วยให้การตอบสนองรวดเร็ว แม่นยำยิ่งขึ้น มาพร้อมสปริงหลังที่ออกแบบให้สัมพันธ์กับโช้คอัพรุ่นนี้โดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับแรงสะเทือนจากพื้นผิวถนนไปยังห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น โดยลูกค้าที่ใช้รถยนต์ ฮุนได เอช-วัน และ แกนด์ สตาร์เร็กซ์ สามารถนำรถยนต์เข้ามาเปลี่ยนชุดโช้คอัพและสปริงหลังใหม่ได้ ในราคา 24,880 บาท (รวมค่าแรงแล้ว) ที่ศูนย์บริการฮุนไดทั่วประเทศ

ND4_5124_500_5051
ตลอดทริปนี้นอกจากสื่อมวลชนจะได้รับประสบการณ์การขับขี่รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่เพิ่มความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังได้สัมผัสกับสมรรถนะการขับขี่ที่ดี ขับง่ายแม้ในที่แคบๆตามแหล่งชุมชน เพราะวงเลี้ยวแคบเพียง 5.6 เมตร โดยเฉพาะเวลาจอดในที่แคบๆ ผู้ขับสามารถใช้กล้อง Smart View System ที่แสดงภาพ ในมุมมองแบบ 360 องศา ส่วนผู้โดยสารในรถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้สามารถพูดคุยในห้องโดยสารที่กว้าง ทั้งในแบบ 7 ที่นั่งในแกรนด์ สตาร์เร็กซ์ หรือ 11 ที่นั่งในเอช วัน ที่สำคัญหากเจอสภาพการจราจรที่ไม่เอื้ออำนวย ผู้โดยสารยังสามารถพบความบันเทิงได้จากอุปกรณ์เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบรับความบันเทิงได้เต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นจอภาพ LCD ติดเพดานขนาด 13.3 นิ้ว มาพร้อมระบบพับไฟฟ้า เชื่อมต่อกับเครื่องเล่น DVD จากด้านหน้า (ในรุ่น แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ พรีเมียมและ เอช-วัน เดอลุกซ์) จอภาพ LCD ขนาด 22 นิ้ว แบบ Full HD สามารถปรับ ขึ้น-ลง ด้วยระบบไฟฟ้าที่เคาน์เตอร์ (เฉพาะรุ่น แกนด์ สตาร์เร็กซ์ วีไอพี) และเมื่อถึงที่หมาย ผู้โดยสารด้านหลังสามารถขึ้น-ลงจากรถทั้งสองฝั่งได้อย่างง่ายดาย ด้วยประตูบานเลื่อนแบบไฟฟ้าที่ควบคุมได้ทั้งจากที่นั่งคนขับหรือจากรีโมท คอนโทรล

ND4_5218 copyจบทริปการเดินทางด้วยความอบอุ่น ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารต่างสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของช่วงล่างรถยนต์ฮุนไดที่ปรับเปลี่ยนใหม่ พร้อมความสะดวกสบายจากอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน การเดินทางในทริปนี้ เป็นการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่พิเศษไปกับรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบตลอดการเดินทาง

ND4_5235ขอบคุณ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด