Home Test Drive MG Extender กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง

MG Extender กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง

by dcarmaster

เรียกเสียงฮือฮาเป็นอย่างมากสำหรับตลาดรถยนต์บ้านเรา เมื่อค่าย MG เปิดตัวรถกระบะครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมให้นักข่าวได้ทดสอบสั้นๆ  ที่สนาม 8 Speed เขาใหญ่ ทั้งในแบบออนโรดและ ออฟโรด แต่น่าเสียดายที่ครั้งนั้นไม่ได้ไปแต่ครั้งนี้ไม่พลาดค่ะ MG จัดให้สื่อมวลชนทดสอบอีกครั้งซึ่งยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยการขับไปทั่วประเทศ ซึ่งเราได้รับเกียรติให้ขับในเส้นทางแรก ตั้งแต่ภูเก็ตขับยาวมาที่สุราษฎร์ธานี     

กระจังหน้าแบบโมเดิร์นดีไซน์รังผึ้งขอบโครเมี่ยมเอกลักษณ์ของ MG พร้อมไฟหน้า Projector LED กับไฟส่องสว่างเวลากลางวัน Daytime และพิเศษด้วยระบบปรับเลี้ยวตามองศาพวงมาลัยอัตโนมัติ AFS  ในแบบรถยุโรปพรีเมี่ยม ในรุ่น Grand X ขับเคลื่อน 4 ล้อ มีออพชั่นพิเศษกับกล้องมองภาพรอบทิศทาง สัญญาณเตือนกะระยะด้านหน้าและด้านหลัง และกล้องมองหลังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ไฟท้ายดีไซน์ทันสมัยสีขาวแดง ติดตั้งโลโก้ขนาดใหญ่สไตล์ยุโรป ราวหลังคาและบันไดข้างดีไซน์ขึ้นรูป

ภายนอกดูแข็งแรงคมเข้ม ภายใต้แนวคิด Brit Dynamic ด้วยมิติตัวถังขนาดใหญ่ รับกับกันชนหน้ากับไฟตัดหมอกหน้า ด้านข้างแข็งแกร่งด้วยคิ้วขอบล้อทรงบึกบึนขึ้นรูป พร้อมล้ออัลลอยให้เลือกตั้งแต่ ขนาด 16 และใหญ่สุด 18 นิ้ว โดยสำหรับ MG EXTENDER เปิดตัว จำหน่าย ทั้งแบบตอนครึ่ง Giant Cab และ 4 ประตู Double Cab ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อมาตรฐาน ขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง Grand และ ขับเคลื่อน 4 ล้อ Grand

มือจับทั้ง เสา A และ เสา B ครบทุกจุดช่วยในการขึ้นลงรถทำได้สะดวก การออกแบบภายในสร้างความรู้สึกแข็งแกร่งสอดคล้องกับรูปลักษณ์ภายนอกโดยใช้โทนสีเข้มและเพิ่มความเรียบหรูด้วยวัสดุให้สัมผัสนุ่ม (SOFT TOUCH) พร้อมแผงหน้าปัดดีไซน์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ครบครัน อาทิ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น กุญแจระบบ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ

โดยในรุ่น Double Cab Grand 4WD มอบออพชั่นครั้งแรกในวงการรถกระบะด้วย เบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้า ปรับได้ 6 ทิศทาง ส่วนรุ่นยกสูง Grand ปรับได้ด้วยระบบธรรมดา 6 ทิศทางสำหรับคนขับ และ 4 ทิศทางสำหรับคนนั่ง เบาะหลังพับได้แบบ 100% โดยให้เลือกวัสดุหุ้มเบาะได้ทั้งแบบผ้าและกึ่งหนังแท้ พร้อมช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลังทุกรุ่น

เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ยกความบันเทิงจากรถยนต์นั่ง มาสู่รถกระบะด้วย i–SMART สั่งการด้วยเสียงภาษาไทย หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว พร้อม ระบบปฏิบัติการ i–SMART ที่มีในรุ่น Grand X ในแบบขับเคลื่อน 4 ล้อเป็นอีกไฮไลท์หนึ่งที่ยกเทคโนโลยีความบันเทิงจากรถยนต์นั่ง มาสู่รถกระบะ ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถเชื่อมต่อกันได้ เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การสั่งการ หรือ SMART Command ผ่านระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ที่สามารถสั่งการให้โทรออก เปิด-ปิดหรือควบคุมระบบปรับอากาศ หน้าต่างฝั่งคนขับตลอดจนวิทยุภายในรถ

นอกจากนี้ ยังสามารถควบคุมหรือสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการบนสมาร์ทโฟนผ่าน MG Mobile Application การเชื่อมต่อ หรือ SMART Connect ที่สามารถเลือกฟังเพลงผ่าน Online Music ค้นหาร้านอาหารและที่พัก รวมทั้งเรียกดูข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์ปัจจุบันจากเว็บไซต์ดังได้บนหน้าจอในรถ สามารถตรวจเช็กผลสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ และการตรวจเช็กรถ หรือ SMART Check โดยสามารถสั่งล็อกหรือปลดล็อกประตู ตรวจสอบตำแหน่งและค้นหารถ แจ้งความผิดปกติ และแจ้งสถานการณ์ทํางานของรถ รวมถึงระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ 

การคุมพวงมาลัยของ Extender ที่เป็นแบบไฮดรอลิก ให้น้ำหนักการทำงานอยู่ในเกณฑ์พอดี ไม่หนักมากแต่ก็ไม่เบามากจนเกินไป แต่ก็ยังควบคุมได้ดี เนื่องจากพวงมาลัยชุดนี้เป็นไฮดรอลิกไม่ใช่พวงมาลัยไฟฟ้า จึงไม่ได้เซทปรับค่าให้แปรผัน การบังคับทิศทางจะมีระยะฟรีเล็กน้อย ส่วนในเรื่องการขับ MG EXTENDER สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ทั้ง ECO และ POWER โดยมีให้เลือกทั้งแบบโดยในรุ่นท็อป Grand X ขับเคลื่อน 4 ล้อ เป็นระบบ 4WD Part Time และมีโหมดการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพถนน 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L โดยปรับเปลี่ยนจาก 2H เป็น 4H ได้ทันทีแต่ว่าความเร็วต้องไม่เกิน 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง

เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบเดี่ยว 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 375 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-2,400 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Diff-Lock ดูรวมๆ ในเรื่องของ พละกำลัง เครื่องยนต์ ดีเซล บล็อคเล็ก บล็อกแรกของ MG ในตลาดบ้านเรา สมรรถนะ โดยรวมอาจไม่ใช่จุดเด่น แต่ก็ไม่ได้ดูด้อย เครื่องยนต์และเกียร์ ทำงานได้ในเกณฑ์ที่ดี ในเส้นทางการขับแบบทางไกล หรือการขับขี่ในเมือง

ระบบความปลอดภัยที่จัดเต็ม ทั้งในเรื่องของระบบควบคุมการทรงตัว ป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล ตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาและเตือนเมื่อรถออกนอกเลน โดยเฉพาะในรุ่นท็อป Grand X ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัตินั้นจะให้ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย พร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ

จุดศูนย์ถ่วงและ การกระจายน้ำหนัก ตามคอนเซปต์ของรถเน้นมาให้นั่งสบายสไตล์เก๋ง แต่ความสามารถ ในการตอบสนองโดยรวมในสภาพถนนที่ต่างกัน ทั้งทางโค้ง ถนนแคบแบบลาดยาง และลูกรัง ส่วนระบบเบรกเป็นความภูมิใจของทาง MG เพราะติดตั้งดิสก์เบรก 4 ล้อทุกรุ่นมาพร้อมระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA และ ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD

AFTER DRIVE

เมื่อได้ทดลองขับรู้สึกได้ว่าอัตราเร่งช่วงออกตัวยังรู้สึกถึงการตอบสนองช้าไปนิด มีอาการหน่วงๆ ตั้งแต่ออกตัวแต่พอช่วงกลางและปลายก็ไหลลื่นแรงทันใจ  ช่วงล่างมีความหนึบ และมั่นคงในการเข้าโค้ง ในการขับขี่ความเร็ว ช่วงล่าง การเก็บอาการและรับมือกับแรงสะเทือนจากพื้นผิวถนน ยังทำได้ไม่เนียนเท่าไรนัก ยังมีกระเด้งบ้างเวลาผ่านทางขรุขระตามสไตล์รถที่มีแชสซีส์ใต้ตัวถัง แต่ที่สัมผัสได้อย่างเห็นได้ชัดคือความกว้างขวางของห้องโดยสาร และเทคโนโลยีต่างๆนานาที่คอยอำนวยความสะดวกให้เราตอนขับขี่

ขอบคุณ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้