Home New Car เลกซัส ES ใหม่ กับแนวคิด “Of Peace and Power” ยนตรกรรมที่ผสานสุนทรียภาพในการขับขี่และสมรรถนะอันสมบูรณ์แบบ

เลกซัส ES ใหม่ กับแนวคิด “Of Peace and Power” ยนตรกรรมที่ผสานสุนทรียภาพในการขับขี่และสมรรถนะอันสมบูรณ์แบบ

by dcar magazine

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย มร.ยูกิฮิโระ คิโตะ ผู้ช่วยหัวหน้าทีมวิศวกร เลกซัส ES เลกซัส อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และ นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแถลงข่าวแนะนำ เลกซัส ES ใหม่ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2561 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี กรุงเทพฯ

PRimg-20180816185545เลกซัส ES (Executive Sedan) คือ ยนตรกรรมซีดานหรูขนาดกลาง ซึ่งเลกซัส ES รุ่นแรกถือกำเนิดขึ้นพร้อมเปิดตัวแบรนด์เลกซัสคู่กับเลกซัส LS เมื่อปีพ.ศ. 2532 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นับจากนั้นมา เลกซัส ES ก็ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จากความโดดเด่นด้านความนุ่มนวลในการขับขี่และความเงียบภายในห้องโดยสาร ซึ่งแตกต่างจากรถยนต์หรูโดยทั่วไป ความนิยมดังกล่าวทำให้เลกซัส ES เป็นรถซีดานที่มียอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์ของเลกซัส
เลกซัส ES ใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 7 คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยความสมบูรณ์แบบที่เหนือกว่าเดิมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบภายนอก ด้วยเส้นสายที่ดูสปอร์ตเร้าใจ เสริมความเฉียบคมให้เข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว สมรรถนะการขับขี่อันสมบูรณ์แบบ จากสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังใหม่ GA-K (Global Architecture-K Platform) ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทรงตัวเยี่ยมและควบคุมได้ดั่งใจ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นล่าสุด ทั้งยังมั่นใจตลอดการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System Plus เจนเนอเรชั่นที่ 2 แต่คงไว้ซึ่งความประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ควบคู่กับความนุ่มนวลในการขับขี่และความเงียบภายในห้องโดยสาร อันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส ES

PRimg-20180816185519มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เลกซัส ES ใหม่ ถือเป็นยนตรกรรมในลำดับที่สาม ต่อจากรุ่น LC และ LS ที่จะนำพาเลกซัสสู่อนาคตใหม่ ด้วยการเพิ่มคุณค่าทางอารมณ์ในการออกแบบ ทำให้แบรนด์เลกซัสมีความแตกต่างมากกว่าเดิม
เลกซัส ES คันแรก ที่ถือกำเนิดขึ้น คือเลกซัส ES250 ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นเลิศด้านความสะดวกสบายและความนุ่มนวลในการขับขี่ ตลอดจนห้องโดยสารที่กว้างขวางและเงียบสงัด มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่บ่งบอกถึงความหรูหราอย่างแท้จริง ถือเป็นยนตรกรรมซีดานหรูขนาดกลางที่ได้รับความนิยมอย่างสูง มียอดขายสะสมทั่วโลกมากถึง 2.18 ล้านคัน
สำหรับประเทศไทย ได้เริ่มทำการแนะนำเลกซัส ES เป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2537 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ด้วยการเป็นรถซีดานหรู โดดเด่นด้านความสะดวกสบายเหนือระดับและความประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มผู้ชื่นชอบและมอบความไว้วางใจให้กับยานยนต์ที่มาพร้อมความหรูหราสง่างาม ทั้งรถรุ่นนี้ยังเป็นที่รักในกลุ่มผู้บริหารชาวไทย โดยเลกซัส ES ใหม่ ถือเป็น อีกหนึ่งสุดยอดยนตรกรรมที่หลายท่านรอคอย”

PRimg-20180816185525มร.ยูกิฮิโระ คิโตะ ผู้ช่วยหัวหน้าทีมวิศวกร เลกซัส ES เลกซัส อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “เลกซัส ES ได้รับการแนะนำเป็นครั้งแรกของโลก พร้อมรถรุ่นเรือธงอย่างเลกซัส LS และการแนะนำเลกซัส ES เจนเนอเรชั่นที่ 7 แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสําคัญ นั่นคือการออกแบบยนตรกรรมที่เหนือความคาดหมายไปจากเดิม ด้วยการเพิ่มคุณค่าด้านอารมณ์ความรู้สึก บนพื้นฐานของพลวัตในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม โดยรวมนวัตกรรมยานยนต์ของเลกซัสที่สำคัญ ทั้งด้านการออกแบบ สมรรถนะการขับขี่ และเทคโนโลยีล่าสุดที่ก้าวล้ำเข้าด้วยกัน ภายใต้หลักการพัฒนา 3 จุดหลัก ได้แก่
• “การออกแบบที่กล้าจะแตกต่าง” (Brave Design) : โดดเด่นด้วยการออกแบบภายนอกที่กล้าฉีกแนวทางอนุรักษ์นิยมแบบเดิม สู่แนวคิดใหม่ “ความสง่างามที่น่าหลงใหล” (Provocative Elegance) ด้วยเส้นสายที่ดึงดูดสายตา สปอร์ตโฉบเฉี่ยว พร้อมสะท้อนพลวัตในการขับขี่ ที่ดีกว่าเดิม
• “สมรรถนะอันเร้าใจ” (Exhilarating Performance) : ด้วยสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังใหม่ GA-K (Global Architecture-K Platform) และระบบช่วงล่างด้านหลังใหม่แบบดับเบิ้ลวิชโบน ช่วยให้เกาะถนนและทรงตัวเป็นเยี่ยม แต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลในการขับขี่ตามแบบฉบับดั้งเดิมของเลกซัส ES พร้อมด้วยเครื่องยนต์ไฮบริด เจนเนอเรชั่นที่ 4 ประหยัดน้ำมัน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบสนองทุกจังหวะการเร่งได้อย่างทันใจ
• “เทคโนโลยีแห่งอนาคต” (Imaginative Technology) : ครบครันและล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีระดับสูง มอบความมั่นใจสูงสุดด้วยระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก Lexus Safety System Plus เจนเนอเรชั่นที่ 2

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เลกซัส ES ใหม่ แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สะท้อนความมุ่งมั่น เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นอย่างชัดเจน และถือเป็นโอกาสสำคัญของเลกซัสในการสร้างลูกค้ากลุ่มใหม่ ซึ่งให้คุณค่ากับการออกแบบ และหลงใหลในสมรรถนะการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเลกซัส ES ใหม่คือ ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มองหาความแตกต่างและประสบการณ์การดูแลลูกค้าสุดเอกซ์คลูซีฟตาม แบบฉบับเลกซัส จากความโดดเด่นของ ES ใหม่ จึงเป็นที่มาของการสื่อสารทางการตลาดภายใต้แนวคิด “Of Peace and Power” สะท้อนถึงการผสานรวมความต่าง ระหว่างความนุ่มนวลและความเงียบภายใน ห้องโดยสารอันเป็นเอกลักษณ์ของ ES กับสมรรถนะการขับขี่ใหม่ที่เร้าใจกว่าเดิม เลกซัส ES ใหม่ มาพร้อม 2 สีใหม่ คือ สี Ice Ecru และสี Sunlight Green ในโอกาสนี้ เราขอมอบข้อเสนอสุดพิเศษด้วยการขยายระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดสำหรับรถยนต์เลกซัสทุกรุ่น จากผู้แทนจำหน่ายเลกซัสอย่างเป็นทางการโดยเพิ่มจากปัจจุบัน 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง เป็น 10 ปีไม่จำกัดระยะทาง สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ใหม่นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

PRimg-20180816185514นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ สำหรับกลยุทธ์การตลาด จะเริ่มจากสร้าง การรับรู้ของการเปิดตัวรถเลกซัส ES ใหม่สู่สาธารณชน ในระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม ณ ห้างเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ รวมถึงกิจกรรมโรดโชว์ร่วมกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่างๆ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมทดลองขับเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อสมรรถนะการขับขี่ ในวันที่ 22 กันยายนนี้ที่ Toyota Driving Experience Park ด้านการสื่อสาร เราให้ความสำคัญกับ Online Marketing และ Database Management เพื่อความแม่นยำและประสิทธิผลสูงสุดในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ตามไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบที่แตกต่างกัน ทั้งนี้เลกซัสมุ่งมั่นสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์หรู ผ่านกิจกรรมทางการตลาดหลากหลายรูปแบบ อาทิ กิจกรรม Lexus Test Drive The World ที่ประเทศญี่ปุ่น “The L Galleria by Lexus” พื้นที่ Luxury Lifestyle Showcase แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งสื่อสารตัวตนของเลกซัสในบริบทที่ทุกคนเข้าถึงและเชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างกลมกลืน และในอนาคตเรายังมีแผนงานร่วมกับแบรนด์ผู้ผลิตกล้องพรีเมี่ยมระดับโลกอย่าง LEICA ประเทศไทย อีกด้วย”

Sonic Quartz

Sonic Quartz

Mercury Gray MC.

Mercury Gray MC.

Platinum Silver Me.

Platinum Silver Me.

เลือกเป็นเจ้าของความหรูหรา สมบูรณ์แบบของ เลกซัส ES ใหม่
สีภายนอก 10 สี พร้อม 2 สีใหม่
 Ice Ecru MM สีใหม่
 Sunlight Green MM สีใหม่
 Sonic Quartz
 Sonic Titanium
 Mercury Gray MC.
 Platinum Silver Me.
 Black
 Graphite Black Glass Flake
 Red Mica Crystal Shine
 Deep Blue MC

Sonic Titanium

Sonic Titanium

Black

Black

Graphite Black Glass Flake

Graphite Black Glass Flake

Red Mica Crystal Shine

Red Mica Crystal Shine

Ice Ecru MM สีใหม่

Ice Ecru MM สีใหม่

Sunlight Green MM สีใหม่

Sunlight Green MM สีใหม่

Deep Blue MC

Deep Blue MC

ราคา
 ES 300h รุ่น Luxury 3,590,000 บาท
 ES 300h รุ่น Grand Luxury 3,760,000 บาท
 ES 300h รุ่น Premium 4,190,000 บาท
พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปีไม่จำกัดระยะทาง
พิเศษสุด!! เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ชีวิตที่เหนือกว่า สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์เลกซัสทุกรุ่นจากผู้แทนจำหน่ายเลกซัสอย่างเป็นทางการ
• รับสิทธิ์เป็นสมาชิก Lexus Club รวมทั้งสิทธิพิเศษจาก Lexus Privilege ผ่าน Mobile Application “Lexus Elite Club” พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ และสิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมสุดเอกซ์คลูซีฟให้กับลูกค้าคนสำคัญตลอดทั้งปี
• อุ่นใจในทุกการเดินทางด้วย ด้วยการรับประกันคุณภาพ 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และการบริการจากเลกซัส เซอร์วิส คอร์เนอร์ ในศูนย์บริการโตโยต้าที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการด้วยมาตรฐานเลกซัส ทั้ง 15 แห่ง ทั่วประเทศ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ES300h ใหม่ ได้ที่ผู้แทนจำหน่ายฯที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
► บริษัท เลกซัส กรุงเทพ จำกัด (พระราม 9) โทรศัพท์ 0 2716 8999
58 ถ.ริมคลองแสนแสบ บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
► บริษัท เลกซัส ออโต้ซิตี้ จำกัด สำนักงานใหญ่ รามอินทรา (กม. 2) โทรศัพท์ 0 2521 1111
14/459 ม.4 ถ.รามอินทรา กม.2 อนุสาวรีย์ บางเขน กรุงเทพฯ 10220
► บริษัท เลกซัส ออโต้ซิตี้ จำกัด สาขา สุขุมวิท (ซอย18) โทรศัพท์ 0 2260 8123
1/1 ถ.สุขุมวิท18 คลองเตย กรุงเทพฯ 10110
อุ่นใจกับบริการจากเลกซัส เซอร์วิส คอร์เนอร์ ในศูนย์บริการโตโยต้าที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการด้วยมาตรฐานเลกซัส ทั้ง 15 แห่ง
► บริษัท โตโยต้า เชียงใหม่ จำกัด โทรศัพท์ 053 277 888
62/1 ถ.มหิดล ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
► บริษัท โตโยต้า ล้านนา จำกัด โทรศัพท์ 053 408 999
62 ถ.โชตนา ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300
► บริษัท โตโยต้านครพิงค์เชียงใหม่ จำกัด โทรศัพท์ 053 999 888
130/555 ม.9 ถ.เชียงใหม่-ฮอด ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50100
► บริษัท โตโยต้าขอนแก่น ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด โทรศัพท์ 043 008 888
548 ม.12 ถ.มิตรภาพ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
► บริษัท โตโยต้าแก่นนคร จำกัด โทรศัพท์ 043 333 444
359/888 ม.17 ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
► บริษัท โตโยต้า อมตะ จำกัด โทรศัพท์ 043 240 333
88/8 ม.7 ถ.มะลิวัลย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
► บริษัท โตโยต้าดีเยี่ยม จำกัด โทรศัพท์ 092 474 9999
99 ถ.ชยางกูร ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000
► บริษัท โตโยต้าเขาใหญ่ จำกัด โทรศัพท์ 044 311 312
293 ถ.มิตรภาพ ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 30130
► บริษัท โตโยต้าไทยเย็น จำกัด โทรศัพท์ 044 756 333
699 ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา 30000
► บริษัท โตโยต้า อินเตอร์ยนต์ชลบุรี (1999) จำกัด โทรศัพท์ 038 798 833
24/99 ม.6 ถ.บายพาส ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000
► บริษัท โตโยต้า เจริญยนต์ชลบุรี จำกัด โทรศัพท์ 038 255 663
102/34 ม. 1 ถ.สุขุมวิท ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 20250
► บริษัท โตโยต้า จี เอ็น ดี ชลบุรี จำกัด โทรศัพท์ 038 719 999
18/4 ม.4 ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
► บริษัท โตโยต้าสุราษฎร์ธานี ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด โทรศัพท์ 077 284 900
68/45 ม.2 ถ.ศรีวิชัย ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84000
► บริษัท โตโยต้าเพิร์ล ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด โทรศัพท์ 076 302 222
61/11 ม.2 ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83200
► บริษัท พิธานพาณิชย์ จำกัด สาขาหาดใหญ่ โทรศัพท์ 074 222 222
456 ถ.เพชรเกษม ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
เชิญสัมผัสสุดยอดซีดานไฮบริดระดับหรู เลกซัส ES300h ใหม่ วันที่ 17 – 19 สิงหาคม 2561 ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี กรุงเทพฯ และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
www.lexus.co.th
www.lexussociety.com
www.facebook.com/lexussociety
สำหรับข้อมูลผลิตภัณฑ์ เลกซัส ES300h ใหม่ มีดังนี้
 ยนตรกรรมที่ออกแบบภายใต้แนวคิด “ความสง่างามอันเร้าใจ”
 Design Key Word “Provocative Elegance”
เส้นสายของตัวรถเลกซัส ES จากหลังคาที่ลากมาบรรจบบริเวณช่วงท้ายของตัวรถ สร้างสัดส่วนที่สมดุล และทำให้ตัวรถดูกว้างและราบต่ำ การออกแบบด้านหน้ารถที่เฉียบคม และด้านข้างที่มีมิติ ทำให้เลกซัส ES ดูทรงพลัง เชิญชวนให้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ
− โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์แห่งตัวตนของเลกซัส ประจัญหน้ากับความเฉียบคมที่โดดเด่นกับ กระจังหน้าแบบ Spindle grille เอกลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นเลกซัส ที่เสริมความโฉบเฉี่ยว ด้วยไฟหน้าแบบ LED และไฟ DRL (Daytime Running Light) รูปตัว L เปล่งประกายความแตกต่าง ไม่เหมือนใคร กลมกลืนกันกับชุดไฟท้าย LED รูปตัว L ที่ตอกย้ำตัวตนแห่งเลกซัสให้ยิ่งชัดเจน
− ไฟหน้าแบบ Ultra compact 3-eye LED headlamps* ดีไซน์เรียบหรูกะทัดรัด ครบทั้งรูปลักษณ์ที่สวยหมดจดและ การกระจายแสงที่ดีเยี่ยม มาคู่กับไฟเลี้ยวแบบ Sequential ที่ให้ลำแสงวิ่งเป็นเส้นต่อเนื่อง ตามทิศทางการเลี้ยว (*สำหรับเกรด Premium และ Grand Luxury เท่านั้น)
− ไฟท้าย LED ดีไซน์รูปทรงตัว L ตอกย้ำตัวตนของเลกซัสให้ยิ่งชัดเจน ออกแบบให้มีมิติและความลึก ไม่เพียงเพื่อสร้างความแตกต่าง แต่ยังช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกลแม้ในความมืด
− Hands-free power trunk lid แม้ว่าจะถือสัมภาระเต็มมือ เพียงแค่มีกุญแจไฟฟ้า ก็สามารถเปิดปิดฝากระโปรงท้ายได้อย่างอัตโนมัติ โดยแค่ขยับเท้าบริเวณใต้กันชนด้านหลังเท่านั้น

ภายในผสานความหรูหราเข้ากับนวัตกรรมความสะดวกสบายเหนือระดับ
 Refining the advanced levels of luxury and utility
ห้องโดยสารออกแบบเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุด พร้อมจัดวางฟังก์ชั่นต่างๆ โดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ทำให้ทุกการควบคุมเป็นเรื่องง่าย โดยมิต้องเปลี่ยนอิริยาบถหรือละสายตาจากท้องถนนขณะขับขี่ มอบมิติใหม่แห่งสุนทรียะแห่งการขับขี่อันเงียบสงบและผ่อนคลาย
− เงียบสงบและผ่อนคลายได้ทุกขณะ สร้างความเป็นส่วนตัวให้ห้องโดยสารด้วยบาน Acoustic glass และ Seatback silencers สะท้อนเอกลักษณ์แห่งความใส่ใจในทุกรายละเอียด ราวกับได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเฉกเช่นแขกผู้ทรงเกียรติ มาตรฐานใหม่ของความหรูหราที่ล้ำหน้าเหนือกาลเวลาจากเลกซัส
− มาตรวัด/จอแสดงผล EMV หน้าจอ EMV ขนาด 12.3 นิ้ว* จะแสดงผลการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ระบบเสียง และข้อมูลอื่นๆ และจะแสดงข้อมูล ตามฟังก์ชันที่เลือกร่วมกันกับจอแสดงผลออพติตรอนแบบ TFT (Thin Film Transistor) ขนาด 7 นิ้ว รวมทั้งวางตำแหน่งของปุ่มควบคุมต่างๆ ให้อยู่ในระยะที่สั่งการได้ง่าย ลดความจำเป็นในการเปลี่ยนท่านั่งหรือเสียสมาธิจากการขับขี่ นอกจากนั้นจอแสดงผล EMV จะแสดงข้อมูลอาทิเช่น แผนที่แบบเต็มจอ โดยไม่รบกวนการเข้าถึงข้อมูลของผู้ขับขี่แม้ในขณะแสดงผลทั้งเมนูและแผนที่พร้อมกัน (*สำหรับเกรด Premium เท่านั้น)
− ระบบควบคุมเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ ปรับระดับการตัดเสียงรบกวนโดยใช้ไมโครโฟนเป็น ตัวดักจับเสียงจากเครื่องยนต์ เพื่อวัดระดับว่าต้องควบคุมเสียงรบกวนมากแค่ไหน โดยระบบจะปล่อยคลื่นเสียงที่ตรงข้ามกับคลื่นเสียงจากเครื่องยนต์ออกมาทางลำโพงเพื่อหักล้างกัน จึงเพิ่มความเงียบให้ห้องโดยสารได้เต็มที่
− รีโมทควบคุมแบบสัมผัส ออกแบบมาให้คุณควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ในรถได้เหมือนกับการใช้สมาร์ทโฟน โดยคุณสามารถลากนิ้วเพื่อเลื่อนเคอร์เซอร์ไปตามเมนูที่ต้องการใช้งาน และสามารถย่อและขยายภาพในหน้าจอได้อย่างต่อเนื่อง
− เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้าปรับหนุนหลังได้ 4 ทิศทาง* พนักพิงของเบาะนั่งคู่หน้าถูกออกแบบมาให้แยกท่อนล่างและท่อนบนออกจากกัน เพื่อสร้างความต่อเนื่องจากเบาะนั่งมายังคอนโซลและที่พักแขน โดยรวมตัวหนุนหลังไว้ในพนักพิงท่อนล่างเพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าเมื่อต้องขับทางไกล มีสวิตช์ควบคุมที่ปรับได้ทั้ง 4 ทิศทางทั้งแนวตั้งและแนวนอน เพื่อให้คุณปรับแต่งท่านั่งได้เหมาะสมกับสรีระมากที่สุด ทั้งผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้า (*สำหรับเกรด Premium เท่านั้น)
− แผงควบคุมอเนกประสงค์บริเวณที่วางแขนกลางเบาะหลัง เบาะหลังของเลกซัส ES มาพร้อมที่วางแขนตรงกลางเบาะติดตั้งที่วางแก้วเพื่อความสะดวกสบาย พร้อมแผงควบคุมที่ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียง ปรับเอนพนักพิง รวมทั้งสั่งการฟังก์ชันอื่นๆ ในรถได้อย่างง่ายดาย
− เบาะนั่งตอนหลังปรันเอนด้วยไฟฟ้า เพิ่มความสบายยิ่งขึ้นด้วยเบาะนั่งตอนหลังที่ปรับเอนได้ถึง 8 องศา ด้วยสวิทช์ควบคุมแบบไฟฟ้าที่สะดวกสบาย (*สำหรับเกรด Premium เท่านั้น)
− ระบบควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ Lexus Climate Concierge แบ่งการดูแลอุณหภูมิออกเป็น 3 ส่วนแยกจากกัน โดยแยกระหว่างบริเวณคนขับ ผู้โดยสารตอนหน้า และผู้โดยสารตอนหลัง ผู้โดยสารตอนหลัง สามารถปรับอุณหภูมิได้เองที่แผงควบคุมบริเวณที่วางแขนกลางเบาะหลัง โดยใช้พลังงานต่ำและไม่ทำให้สิ้นเปลือง
− แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย สำหรับสมาร์ทโฟนที่รองรับการชาร์จแบบไร้สาย คุณสามารถวางโทรศัพท์ลงบนแท่นชาร์จที่อยู่บริเวณตรงกลางกล่องคอนโซลได้อย่างง่ายดาย
− ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า แม้ว่าจะถือสัมภาระเต็มมือ เพียงแค่มีกุญแจไฟฟ้า ก็สามารถเปิดปิดฝากระโปรงท้ายได้อย่างอัตโนมัติ โดยแค่ขยับเท้าบริเวณใต้กันชนด้านหลังเท่านั้น

 สมรรถนะแห่งการขับขี่อันสมบูรณ์แบบ
 Superior driving experience
อัตราเร่งความเร็วนุ่มนวลเป็นจังหวะเพื่อตอบสนองความรู้สึกของผู้ขับขี่ ควบคุมการทรงตัวให้เข้าโค้งอย่างมั่นใจ สภาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังรถพัฒนาอย่างสมบูรณ์ ทำให้การขับขี่รื่นรมย์อย่างที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน
− สถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถัง GA-K (Global Architecture-K) นวัตกรรมที่เลกซัสคิดค้นขึ้นใหม่ สร้างพื้นฐานอันดีเยี่ยมให้กับ ES เพื่อต่อยอดสู่ความสมบูรณ์แบบในทุกด้าน ทั้งการออกแบบ สมรรถนะการขับขี่ ความเงียบสงบ และความปลอดภัย สำหรับสมรรถนะการขับขี่ เลกซัสได้ปรับตำแหน่งและองศาการจัดวาง พวงมาลัยและแป้นเหยียบต่างๆ เพื่อสร้างท่านั่งที่ช่วยให้ขับขี่ได้ง่าย เพื่อตอบรับกับ DNA อันดีเลิศของรถ ที่เกิดจากตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ และการกระจายน้ำหนักที่สมดุล เลกซัสได้พัฒนาตัวถังและเพลาให้มีความแข็งแกร่งสูง สร้างเสถียรภาพในการขับขี่ทุกสภาวะ ทั้งรวมเอาเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ได้แก่ พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ( Electric Power Steering) ใหม่ล่าสุด และระบบซับแรงกระแทกคุณภาพสูง ไว้ใน ES เพื่อความปลอดภัยและการตอบสนองได้อย่างใจคิด ที่สำคัญ แรงสั่นสะเทือนทุกระดับจากทุกช่องทาง ได้ถูกกำจัดออกจากห้องโดยสาร ให้เหลือเพียงความเงียบสงบ คุณจึงแทบไม่รู้สึกถึงการสะเทือนใดๆ จากล้อและเครื่องยนต์
− ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) การใช้ระบบบังคับเลี้ยวแบบขนาน ทำให้การควบคุมพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าทำได้อย่างเฉียบคม ตอบสนองได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่หักพวงมาลัย พร้อมคอพวงมาลัยที่เลกซัสพัฒนาใหม่ให้แข็งแรงยิ่งกว่าเดิม มอบความรู้สึกที่ ดีเยี่ยมขณะขับ
− ตัวซับแรงกระแทกประสิทธิภาพสูง* ติดตั้งที่ช่วงล่างทั้งหน้าและหลังเพื่อเพิ่มความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างรถและคนขับ ตัวซับแรงกระแทกจะดูดซับแรงจากการบิดตัวและแรงสั่นสะเทือนขณะขับขี่ เพื่อช่วยให้การควบคุมรถทำได้เฉียบคมยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มความสบายและความเงียบสงบในห้องโดยสาร(*เฉพาะเกรด Premium เท่านั้น)
− ตัวถังจากวัสดุผสมผสาน โครงสร้างตัวถังรูปทรงวงแหวนช่วยลดการบิดตัวของรถ เสริมด้วยแท่งยึดรูปทรงตัว V ที่ด้านหลังเบาะหลัง ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวประกับเพลา จึงทำให้ตัวรถมีความมั่นคง เกาะถนนดีเยี่ยม โดยในการประกอบตัวถัง เลกซัสได้เลือกใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะต่างๆ มาเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวรถ เช่นการเชื่อมตัวถังด้วยเทคโนโลยี Laser Screw Welding เป็นการใช้เลเซอร์ที่มีความร้อนต่ำ ไม่ทำให้ตัวถังเสียรูป จึงมีความแม่นยำและทนทานสูง ใช้กาวเชื่อมตัวถังทนความดันสูง ชิ้นส่วนหลักต่างๆ ของรถใช้เหล็กความแข็งแกร่งสูงนำมาขึ้นรูปร้อน เพื่อช่วยลดน้ำหนักรวมของรถและเพิ่มความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน
− ระบบกันสะเทือน ด้านหน้าแบบ McPherson strut พัฒนาขึ้นใหม่ ให้ตอบสนองต่อพวงมาลัยได้ดีเยี่ยม มีวงเลี้ยวที่แคบลง มอบความสบายเหนือระดับขณะขับขี่ และยังได้พัฒนาตำแหน่งจุดยึดของระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบ Trailing arm double wishbone เพื่อเพิ่มความนุ่มนวลบนถนนขรุขระ เลกซัส ES จึงมาพร้อมการขับขี่ที่มีเสถียรภาพและสบาย นอกจากนั้น ยังตอบสนองแม้การเคลื่อนไหวในระดับน้อยที่สุด คุณจึงไม่รู้สึกถึงการสั่นสะเทือนใดๆ ทั้งขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ และยังขับขี่ในทางตรงได้อย่างมั่นคงที่ความเร็วสูง
− ระบบเบรก วิศวกรของเลกซัสได้พัฒนาระบบเบรกให้โดดเด่นทั้งในเรื่องแรงเบรก การควบคุม และการตอบสนองผู้ขับขี่ได้อย่างใจคิด มอบความรู้สึกเพลิดเพลินและปลอดภัยในขณะขับขี่ มาพร้อมเบรกมือไฟฟ้าที่ควบคุมได้อย่างง่ายดาย คุณจึงสนุกกับการขับขี่ได้เต็มที่
− โหมดการขับขี่ ปรับตั้งค่าการขับขี่ ของรถได้ง่ายดายด้วยสวิตช์เลือกโหมดการขับขี่ ตามสไตล์การขับขี่ที่เป็นตัวคุณ โดยมีทั้งโหมดประหยัดน้ำมัน (Eco) โหมดปกติ (Normal) และโหมดสปอร์ต (Sport)
− เครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.5 ลิตร (A25A-FXS) พัฒนาใหม่ล่าสุด ผสานคุณสมบัติทั้งสมรรถนะการขับขี่ การประหยัดน้ำมัน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปรับแต่งการออกแบบเครื่องยนต์ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน โดยยืดช่วงชักให้ยาวขึ้น และใช้พอร์ทไอดีที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพิ่มการไหลเวียนของอากาศในกระบอกสูบเพื่อเร่งการจุดระเบิด รวมถึงพัฒนาหัวฉีดน้ำมัน ให้เป็นแบบหลายรู ใช้ตัวปั๊มน้ำมันความจุแปรผันได้ ระบบทำหล่อเย็นแบบแปรผันได้ และใช้วาล์วไอดี VVT-iE
− ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นใหม่ เลกซัสต้องการแสดงให้เห็นว่าเครื่องยนต์ไฮบริดสามารถให้สมรรถนะยอดเยี่ยมพร้อมประหยัดน้ำมัน โดยนำเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.5 ลิตร (A25A-FXS) ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ที่เล็กลง น้ำหนักเบา ภายใต้ระบบการควบคุมที่ละเอียดซับซ้อน เพื่อสร้างอัตราเร่งอันราบลื่น เป็นธรรมชาติ ตอบสนองได้ทันทีเมื่อแตะคันเร่ง

 มั่นใจ ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลก LEXUS SAFETY SYSTEM+
 Maximize your confidence with world-class safety standards, LEXUS SAFETY SYSTEM+
ความร้อนแรงของสมรรถนะถูกวางสมดุลไว้คู่กับความปลอดภัยที่อุ่นใจได้ระบบความปลอดภัยทั้งแบบ ปกป้องและป้องกันของเลกซัส ES ครบครันด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงที่ทำให้คุณไม่ต้องกังวลขณะเดินทาง
– ระบบป้องกันก่อนการชน Pre-crash Safety System* เรดาร์และกล้องที่ตัวรถจะคอยประเมินสถานการณ์ว่าอาจเกิดการชนคนหรือผู้ขับขี่จักรยาน* หรือรถคันอื่น ๆ หรือไม่ หากมีความเสี่ยงจะชนระบบจะส่งสัญญาณเตือนคนขับพร้อมช่วยกระตุ้นแรงเบรกเพิ่มเมื่อผู้ขับเหยียบเบรก หรือหากผู้ขับไม่เหยียบเบรกเมื่อมีสัญญาณเตือนระบบจะทำการเบรกเองโดยอัตโนมัติ (*สำหรับเกรด Premium และ Grand Luxury เท่านั้น)
– ระบบช่วยรักษาช่องทางวิ่ง Lane Keeping Assist (LKA)* ระบบจะทำการส่งสัญญาณสั่นเตือนที่พวงมาลัย พร้อมกับแจ้งเตือนบนจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ในทันที เมื่อตรวจพบว่ารถยนต์มีการขับข้ามเลนโดยไม่เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว และยังช่วยประคองพวงมาลัยเพื่อไม่ให้รถออกนอกเลน
(*สำหรับเกรด Premium และ Grand Luxury เท่านั้น)
– ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ Adaptive High-beam System (AHS)* ระบบจะตรวจจับแสงไฟจากไฟหน้าของรถที่สวนมา, ไฟท้ายของรถคันหน้า และแสงสว่างจากพื้นที่โดยรอบ เมื่อระบบตรวจพบว่ามีรถวิ่งสวนเข้ามาในระยะรัศมีความสว่างของไฟสูง หลอดไฟ LED ทั้ง 24 ดวงของแต่ละฝั่งจะถูกดับลงและเปิดขึ้นใหม่อัตโนมัติ เพื่อปรับแต่งการส่องสว่างไปยังบริเวณต่างๆ อย่างเหมาะสม โดยระบบจะเลือกตัดลำแสงไฟเพียงบางส่วน เพื่อไม่ให้รบกวนสายตาผู้ที่ขับรถสวนทางมา จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้การขับขี่ยามกลางคืน (*สำหรับเกรด Premium และ Grand Luxury เท่านั้น)
ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน Dynamic Radar Cruise Control* นอกจากจะช่วยรักษาความเร็วให้คงที่โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่งแล้ว ระบบจะตรวจวัดระยะห่างจากรถคันหน้าด้วยเรดาร์และกล้องบริเวณหน้ารถพร้อมลดและเพิ่มความเร็วอัตโนมัติให้สอดคล้องกับรถคันหน้า เพื่อคงระยะห่างที่ปลอดภัยอยู่เสมอ (*สำหรับเกรด Premium และ Grand Luxury เท่านั้น)
– จอแสดงผลแบบพาโนรามา* เพื่อช่วยคุณตรวจสอบสภาพแวดล้อมในตำแหน่งที่มองเห็นได้ยากจากตำแหน่งผู้ขับ จอภาพ EMV (Electro Multi-Vision) ขนาด 12.3 นิ้ว หรือ 8 นิ้ว จะแสดงภาพเสมือนที่ประมวลผลจากกล้องบริเวณด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังรถให้ผู้ขับ (*สำหรับเกรด Premium และ Grand Luxury เท่านั้น)
– สัญญาณเตือนด้านท้ายขณะถอยหลัง ขณะถอยรถออกจากที่จอด หรือถอยออกมายังถนน เรดาร์ความละเอียดระดับ Quasi-millimeter ที่กันชนท้ายจะคอยตรวจหาว่ามีรถในทางหลักวิ่งเข้ามา ในมุมที่สังเกตเห็นได้ยากหรือไม่ หากตรวจพบว่ามีรถวิ่งเข้ามาระบบจะส่งสัญญาณเตือนพร้อม ไฟกระพริบบนกระจกมองข้างด้านนั้นๆ
– ระบบเตือนมุมอับสายตา ทำงานด้วยเรดาร์ความละเอียดระดับ Quasi-millimeter ที่ติดตั้งอยู่บริเวณกันชนหลัง เพื่อคอยตรวจหารถยนต์ในเลนข้างเคียงที่อาจ อยู่ในมุมอับสายตาและมองเห็นได้ไม่ชัดเจนในกระจกมองข้าง หากตรวจพบจะแสดงสัญลักษณ์เตือนบนกระจกฝั่งที่มีรถคันดังกล่าว
– ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS** เลกซัส ES มาพร้อมถุงลมเสริมความปลอดภัยแบบ SRS (เบาะหน้า) ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS บริเวณหัวเข่า (เบาะหน้า) ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS ด้านข้าง (เบาะหน้าและเบาะหลังริมนอก) และม่านกันกระแทก (เบาะหน้าและเบาะหลัง)

** ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS เป็นอุปกรณ์เสริมที่ทำงานร่วมกับเข็มขัดนิรภัย คนขับและผู้โดยสารทั้งหมดในรถต้องคาดเข็มขัดนิรภัยให้ถูกต้องตลอดเวลา ห้ามติดตั้งระบบเบาะนิรภัยสาหรับเด็ก CRS (Child Restraint System) ที่วางกลับหลังที่เบาะผู้โดยสารด้านหน้า สำหรับระบบเบาะนิรภัยสาหรับเด็ก CRS ที่วางหันหน้าออก ขอ แนะนำให้ใช้ที่เบาะหลัง กรุณาอย่าใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับเบาะนั่งครอบส่วนที่ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS ด้านข้างจะพองตัว อุปกรณ์เสริมดังกล่าวอาจทำให้ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS ด้านข้างพองตัวไม่ถูกต้องจนเป็นเหตุให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรง (วัสดุหุ้มเบาะของแท้จากเลกซัสได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรุ่นที่ติดตั้งมาพร้อมกับถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS ด้านข้าง สำหรับข้อมูลการจัดจำหน่ายในภูมิภาคของท่าน กรุณาสอบถามที่ศูนย์บริการใก้ลบ้าน) สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมและระบบความปลอดภัยที่สาคัญอื่นๆกุรณาอ่านคู่มือการใช้รถอย่างละเอียด