Home Group Test “ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์” แกร่ง เร็ว แรง ที่จับต้องได้

“ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์” แกร่ง เร็ว แรง ที่จับต้องได้

by dcar magazine

ความที่เป็น “ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์”กระบะออฟโรดตัวเก่ง ที่ค่าย “ฟอร์ด”ส่งเทียบเชิญเข้าร่วมทดสอบนับเป็นสื่อกรุ๊ปแรก ถือเป็นการตอบรับที่ไม่ผิดหวังกับการร่วมทดสอบครั้งนี้ ถ้าจะพูดไปสมรรถนะ “ฟอร์ดเรนเจอร์ แร็พเตอร์”มีความแรงจากเครื่องยนต์ดีเซล Bi-Turbo ขนาด2.0 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ10 สปีด พร้อมระบบ Terrain Management System (TMS)

ford_17 นำเสนอโหมดการขับขี่ถึง 6 รูปแบบรวมถึงโหมดบาฮา บนเส้นทางที่ท้าทายผ่านการขับขี่ทุกรูปแบบโดยเฉพาะการขับขี่แบบออฟโรดความเร็วสูง สมกับนิยาม “เกิดมาแกร่ง”ตลอดระยะเวลาการทดสอบ2วัน รวมระยะเส้นทางกว่า 600 กิโลเมตร การเดินทางจาก กทม.มุ่งหน้าไปยังอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสิมา เพื่อพิสูจน์การผสานการทำงานของขุมพลังเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ที่มาคู่เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด 213 แรงม้าและแรงบิด 500 นิวตันเมตร

ford_21 ควบคุมทิศทางด้วยพวงมาลัยแบบอีเล็กทรอนิกส์ (Electronic Steering Program)

ford_19 ผมเริ่มจากการขับขี่โหมดปกติ ที่มอบความนุ่มนวลแบบกระชับพร้อมความประหยัดเชื้อเพลิง มาพร้อมกับความสนุกสนานในการขับขี่บนถนนลาดยางทั้งทางเรียบและทางไม่เรียบ รวมถึงทางคดเคี้ยวขึ้นลงเขา ลักษณะแบบนี้จะเลือกมาที่โหมดสปอร์ตที่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วฉับไวให้การตอบสนองที่ดีขึ้น หรือจะเลือกเปลี่ยนเกียร์จาก Paddle Shift หลังพวงมาลัยที่ผลิตจากแม็กนีเซียมก็ทำได้ตามความต้องการ ผนวกกับการออกแบบภายในที่มอบความสะดวกสบายเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยตลอดการเดินทางบนเขาใหญ่

ford_15ford_9ford_10จากฝั่งปราจีนบุรี ข้ามมาสู่ถนนธนะรัชต์ อำเภอปากช่อง จากนั้นเดินทางต่อไปยังสนาม 8Speed ที่ได้สรรสร้างให้เป็นสนามออฟโรดสุดท้าทาย พร้อมสำหรับการขับขี่ทุกสภาพพื้นผิวด้วยระบบ Terrain Management System (TMS) ในโหมดการขับขี่ออฟโรดในรูปแบบต่างๆ ซึ่งสามารถเลือกได้จากปุ่มบนพวงมาลัยอย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นโหมดหินสำหรับพื้นที่ลาดชันโดยใช้ความเร็วต่ำเน้นการควบคุมรถให้ขับเคลื่อนอย่างปลอดภัย โหมดหญ้า/กรวด/โคลน/ทราย ที่ออกแบบมาให้ขับขี่บนทางออฟโรดที่มีพื้นผิวลื่นและเป็นหลุมบ่อซึ่งระบบจะทำการเปลี่ยนเกียร์อย่างนุ่มนวลพร้อมทั้งออกตัวด้วยเกียร์ที่สองช่วยเพิ่มความปลอดภัย และลดอัตราการลื่นไถลก่อนที่จะเดินทางเข้าที่พัก และดื่มด่ำกับอาหารมื้อเย็นพร้อมแจกของรางวัล

ford_2เช้าวันถัดมา คณะสื่อมวลชนได้เดินทางสู่ “ทุ่งกังหันลมห้วยบง”งานนี้ผู้จัดได้จำลองสถานที่ให้เป็นสนามทดสอบการขับขี่สุดเร้าใจเพื่อพิสูจน์การขับขี่ออฟโรดสมรรถนะสูงบนทุกสภาพพื้นผิว บนเส้นทางสุดวิบาก และเส้นทางกรวดหินที่มีพื้นผิวที่ลื่น เป็นหลุมทุกๆระยะด้วยการขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูง โดยใช้โหมดบาฮา

ford_20ในโหมดนี้ระบบนี้จะปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ให้เหมาะกับการขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูงโดยระบบป้องกันล้อหมุนฟรีจะถูกตัดการทำงานเพื่อไม่ให้แทรกแซงการทำงานของเครื่องยนต์ รวมทั้งเกียร์จะถูกปรับให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดระบบจะใช้รอบเครื่องไว้นานขึ้นและเปลี่ยนเกียร์ขึ้นลงได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าโหมดอื่นๆ ประสิทธิภาพเหนือชั้นของฟอร์ด

ford_12DSC_8076 เรนเจอร์แร็พเตอร์ที่มาพร้อมกับโช้คอัพคู่หน้าหลังของ Fox Racing และยาง All-terrain BF Goodrich 285/70 R17

ford_18ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อลุยทุกสภาพพื้นผิวสมบุกสมบันเป็นพิเศษสำหรับ “ฟอร์ด เรนเจอร์แร็พเตอร์”หลังจากสื่อมวลชนได้ทดสอบการขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูง และเดินทางต่อเพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันน่าประทับใจ และความรู้สึกที่โดดเด่นยามขับขี่ตลอดเส้นทาง ก่อนเดินทางถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ ส่วนรายละเอียดกว่านี้รอทีมงาน D Car Test Center ได้ยืมรถมาทดสอบเดี่ยว แล้วจะลงรายละเอียดรายงานให้ทราบครับ

ford_4ford_6ford (2)ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ราคา 1,699,000 บาท สีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 5 สี สีฟ้าไลท์นิ่ง บลู (Lightning Blue) สีดำแชโดว์ แบล็ค (Shadow Black) สีขาวโฟรเซ่น ไวท์ (Frozen White) สีแดงเรซ เร้ด (Race Red) สีเทาคองเคอร์ เกรย์ (Conquer Grey)
ขอขอบคุณฟอร์ด ประเทศไทยที่เชิญทีมงาน D Car ได้ไปสัมผัสกับสุดยอดกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงตัวจริง “ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์” ในครั้งนี้ด้วยครับ