ซูซูกิเปิดตัว All New Suzuki SWIFT ในเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ SWIFT ยังเป็นรถยนต์หนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ RJC Car of the Year 2018 จากการคัดเลือกโดยสถาบันนักวิจัยและผู้สื่อข่าวยานยนต์แห่งญี่ปุ่น หลังจากที่ 2 เจเนอเรชั่นก่อนได้รับรางวัลนี้มาแล้วในปี 2005 และ 2010 ตามลำดับ และเป็นความภาคภูมิใจของทาง Suzuki



รถรุ่นนี้พัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “INNOVATION – Fun & Sporty” โดยออกแบบใหม่ทั้งหมดให้ All New Suzuki SWIFT มีความโดดเด่นทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ในด้านการออกแบบภายนอกยังคงความโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์แต่มีกลิ่นอายของรถยุโรป ด้วยมิติของตัวรถที่มีความปราดเปรียวมากขึ้น ดูสปอร์ตดุดัน ด้วยเส้นสีแดงตัดกระจังหน้าสีดำ ไฟหน้า LED Projector และไฟหลัง LED ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยขนาด 16 นิ้ว
แม้เป็นรถเล็ก แบบอีโคคาร์ แต่การเก็บเสียงทำได้ดีทั้งเสียงยางและเสียงลม ห้องโดยสารออกแบบได้ทันสมัยกว่าเดิม ดูสปอร์ตด้วยโทนสีดำ พวงมาลัย 3 ก้าน ขอบวงล่างตัดตรงหลบต้นขา ปรับได้ 4 ทิศทาง เสียงเปิด-ปิดประตูให้ความรู้สึกแน่นหนาหนักแน่น เบาะผู้ขับนั่งสบาย กระชับกำลังดีและปรับสูง-ต่ำได้ เบาะหลังมีพื้นที่วางขาและพื้นที่เหนือศีรษะกว้างกว่าเดิมเล็กน้อย มุมพนักพิงยังคงตั้งชันมากไปนิด
แผงคอนโซลกลางด้านหน้าเบนเข้าหาคนขับเพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น กลางชุดมาตรวัดมีจอแสดงข้อมูลการขับ รวมทั้งแจ้งการทำงานของระบบ Idling Stop และสามารถเซตเวลาการทำงานของ Idling Stop ได้ 3 ระดับ คือ Comfort Standard และ Economy โดยระบบนี้จะยกเลิกการทำงานเมื่อเปิดประตูฝั่งผู้ขับ ปลดเข็มขัดนิรภัย เลื่อนคันเกียร์ หรือยกเท้าออกจากเบรก
เครื่องยนต์เบนซิน 1,197 ซีซี รหัส K12M ฝาสูบแบบ DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบแปรผันวาล์วทั้งฝั่งไอดีและไอเสีย Dual VVT ความจุ 1,197 ซีซี อัตราส่วนการอัด 11.5:1 กำลังสูงสุด 83 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แม้น้อยกว่าในรุ่นเดิมที่ 91 แรงม้า แต่ในส่วนของสมรรถนะได้เพิ่มเทคโนโลยีใหม่คือหัวฉีดคู่หรือ DUALJET ที่ หัวฉีดทั้ง 2 หัวเป็นแบบ 6 รู และติดตั้งระบบ EGR นำไอเสียบางส่วนหมุนวนกลับเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ผ่านข้อกำหนดของ Eco Car Phase 2 ที่ค่ามลพิษในไอเสียต้องผ่าน EURO 5 จึงเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จึงประหยัดน้ำมันกว่าเดิมมากกว่า 23 กม. ต่อลิตร ขับขี่เร้าใจขึ้น
นอกเหนือจากความสวยงาม ในเรื่องความปลอดภัย ก็ให้มาไม่ใช่น้อยครับ ทั้ง แอร์แบ็ค 6 ใบ ระบบรักษาเสถียรภาพ EPS ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS รวมทั้ง ABS และ EBD รวมทั้งระบบ Hill Hold ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน โดยเบรกจะทำงานทั้ง 4 ล้อ ไฟหน้า LED 4 หลอด ให้ความสว่างเทียบเท่า HID Xenon มีสวิตช์ปรับความสูงได้ 5 ระดับ พร้อมโคมโปรเจ็คเตอร์รวมแสง และไฟ DRL แบบ LED และไฟท้ายแบบ LED นอกจากนั้น ในด้านความปลอดภัยมีการนำแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT มาใช้เพื่อช่วยให้รถมีน้ำหนักน้อยลงแต่คงความแข็งแกร่ง
วันนี้เรามาทดลองขับกันที่จังหวัดชียงใหม่เรามีโอกาส ลองขับบนทางคดเคี้ยวขึ้นเขาและทางแบบตรงยาว เน้นในทางเขตชุมชนเพื่อจะได้เห็นถึงความคล่องตัวสำหรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เครื่องยนต์ตอบสนองดีกว่ารุ่นเดิม ส่วนเกียร์อัตโนมัติ CVT ตอบสนองได้ฉับไวพอสมควร ใช้เวลาทำความคุ้นเคยไม่นานก็ควบคุมจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงได้อย่างใจ ที่สำคัญยัง มีสวิตช์เปิดใช้งานโหมดสปอร์ตอยู่ตรงหัวเกียร์ กดใช้งานแล้วจะมีไฟสัญญาณ S สีส้มด้านบนของชุดมาตรวัด รอบจะขยับสูงขึ้นอีกหน่อยที่ความเร็วเท่าเดิม ทำให้อัตราเร่งกระฉับกระเฉงขึ้นอีกนิด ช่วยหน่วงในจังหวะผ่อนคันเร่ง และพุ่งเร็วขึ้นเพื่อกดคันเร่งออกจากโค้ง เพิ่มอรรถรสในการขับ

ส่วนการเกาะถนน ทำได้ดีค่ะ เห็นชัดคือตอนที่ขึ้นเขาช่วงโค้งด้วยความเร็วรู้สึกว่าช่วงล่างหนึบแน่นดี เช่นเดียวกับระบบเบรกที่ควบคุมง่ายและสร้างแรงเบรกได้ดี เบรกมั่นใจไม่มีอาการเบรกไหล การตอบสนองและความเฉียบคมของพวงมาลัยอยู่ในระดับกลางๆ แต่ถ้าวิ่งด้วยความเร็วสูงมากๆอาจมีเบามือหน่อยต้องใช้การประคอง แต่โดยรวมถือว่าควบคุมง่าย และสนุก บนเส้นทางที่เป็นทางคดเคี้ยวขึ้น-ลงเขา มีโค้งแคบๆ จบการทดสอบถือว่าประทับใจในตัวรถมากค่ะ
All New Suzuki SWIFT มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ Ablaze Red Pearl, Star Silver Metallic, Mineral Gray Metallic, Super Black Pearl และ 2 สีใหม่ คือ Speedy Blue Metallic และ Pure White Pearl
ราคา All New Suzuki Swift (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
New Swift 1.2L GA CVT 499,000
New Swift 1.2L GL CVT 536,000
New Swift 1.2L GLX CVT 609,000
New Swift 1.2L GLX-Navi CVT 629,000
สีขาวเพิ่ม5,000บาท
ขอบคุณ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด



