กระแสตอบรับ GWM ในงานโชว์รถต้นปี ดูจะสร้างความหวังให้กับค่ายรถยนต์น้องใหม่ ที่เข้ามาซื้อต่อโรงงานประกอบรถยนต์ GM อยู่ไม่น้อย และรถยนต์ที่นำเสนอออกมาก็เรียกความสนใจ และยอดจองแบบเป็นกอบเป็นกำ แต่จนแล้วจนรอดย่างเข้ากลางปีทั้งราคาทั้งตัวรถก็ยังเงียบ จนกระทั่ง…


เมื่อสื่อมวลชนสายยานยนต์ได้รับหมายเชิญ ให้ไปร่วมเดินทางทดสอบ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ช่วงวันที่ 14-18 มิถุนายน บนเส้นทาง กรุงเทพฯ – ชลบุรี แต่แน่นอนว่าราคายังไม่สามารถบอกได้ และในช่วงนี้สถานการณ์ COVID-19 การทดสอบจึงต้องมีข้อจำกัดบางอย่างดังนั้น เราจึงขอรายงานข่าวตามสถาณการณ์ COVID -19 ก็แล้วกันครับ

รายละเอียดเบื้องต้นเท่าที่เราจะได้มาจากทาง GWM นั้น All New HAVAL H6 Hybrid SUV เป็นรถเอสยูวี (เอนกประสงค์สมรรถนะสูง) ที่มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบรถในคลาสเดียวกัน มิติตัวรถกว้าง 1,886 ยาว 4,653 มม. สูง 1,724 มม. มีระยะฐานล้อ 2.738 มม. และใช้ล้อขนาด 19 นิ้ว ออกแบบโดยใช้เส้นโค้งและลายเส้นที่เรียบง่าย ประณีต ดูพรีเมียม ล้ำยุค การตกแต่งภายในสอดใส่อารมณ์สปอร์ตให้รถหรู และล้ำสมัยด้วยหน้าจอทัชสกรีนอัจฉริยะ Intelligent Multimedia Touchscreen ขนาด 12 นิ้ว และมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงการขับขี่ Multi Information Display ขนาด 10 นิ้ว แสดงผลแบบ HUD พร้อมแสดงข้อมูลการขับขี่ที่ครบครัน พวงมาลัยไฟฟ้า Multi-Function ที่มาพร้อม Panoramic Sunroof ขนาดใหญ่




นอกจากนั้น All New HAVAL H6 Hybrid SUV ยังมาพร้อมกับ LIFE+ (LIFE PLUS) ระบบอัจฉริยะที่ตอบสนองความต้องการในทุกเส้นทางการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น L: การขับขี่อัตโนมัติระดับ L2, I: ระบบอัจฉริยะ Intelligence V3.5 รองรับคำสั่งงานด้วยเสียง, F: FOTA ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถอัพเกรดซอฟต์แวร์ผ่านเทคโนโลยีการอัพเกรดระยะไกล, E: ชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ Q4 ของโมบายอาย (EYEQ4) และ + (Plus ): ที่จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่จะช่วยอำนวยความสะดวก พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก และปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ และจะประกาศราคารถ All New HAVAL H6 Hybrid SUV แบบ “ONE PRICE” อย่างเป็นทางการวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะมาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ (Factory Warranty & Roadside Assist) ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการรับประกันแบตเตอรี่แบบไม่จำกัดระยะทางนานถึง 8 ปีเต็ม
ตัวรถ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ใช้แพลตฟอร์มที่เรียกว่า GWM LEMON ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโมดูลาร์มีการทดสอบจริงบนถนน ด้วยระยะทางที่มากกว่า 6 ล้านกิโลเมตร โดยทดสอบการขับขี่ในสภาวะแวดล้อมที่สุดขั้วถึง 76 แบบ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ใช้ระบบควบคุมการขับขี่ด้วยอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-mode DHT ปรับการขับขี่ตามความต้องการ ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ไฮบริดรุ่นแรกแบบ 2 ระบบเกียร์ (ระบบเกียร์ที่ด้านเครื่องยนต์และระบบเกียร์ที่ด้านมอเตอร์ขับเคลื่อน) ระบบส่งกำลังไฮบริดประกอบด้วยโหมดการขับขี่ 4 แบบ ได้แก่ โหมดมาตรฐาน/ โหมดสปอร์ต/ โหมดประหยัด/ โหมดสภาพถนนลื่น

เล่าให้ฟังหลังได้ขับ
Dcar เราได้คิวเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา แรกรับหมายเราวางแผนกันว่า จะทำทั้งยูทูบ ทั้งเว็บไซต์และนิตยสาร แต่ด้วยข้อจำกัดที่ทีมงานถูกกำหนดให้เดินทางได้เพียงคนเดียว ผลจึงออกมาเพียงเท่าที่เพื่อนๆ ได้เห็นอยู่นี้ ในการเดินทางทดสอบ GMW จัดเส้นทางแบบเบาๆ กลางเมืองกรุงเทพฯ วิ่งบนถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าบูรพาวิถี สู่ชลบุรี และสนามทดสอบฟังก์ชั่นต่างๆ รถที่นำมาทดสอบจะเป็นรุ่นท็อป ที่มีสมรรถนะสูงสุดนั่นคือรุ่น Ultra ช่วงแรกของการเดินทางบนถนนสุขุมวิทที่การจราจรหนาแน่น และมีสี่แยกไฟแดงหลายจุด ระบบที่ออกแบบมารองรับการใช้งานสภาวะการขับขี่แบบนี้คือ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็วต่ำ (TJA) สามารถทำงานได้เป็นอย่างดี เมื่อเรากำหนดความเร็วสูงสุดที่เราต้องการไว้ รถจะตรวจจับรถคันหน้าเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย พร้อมระบบช่วยหยุดรถยนต์และออกตัว (stop-and-go) ช่วยให้เกิดความสะดวกสบายในการขับขี่ เมื่อมีการจราจรพลุกพล่านมากขึ้น และเมื่อการจราจรเปิดบนถนนบูรพาวิถี ระบบการช่วยเหลือการขับขี่ อย่างระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) ต่างทำงานได้อย่างสมบูรณ์ตามข้อกำหนดของระบบ และเสียดายที่เราต้องเดินทางคนเดียว ความเพลิดเพลินไปกับระบบเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ต่างๆ ภายในรถจึงไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะขับรถต้องมีสมาธิกับการขับเพื่อความปลอดภัย ของเพื่อนร่วมทางและตัวเราเอง ไม่ใช่ขับไป คุยไป โทรไป หาเพลงฟังไปอะไรประมาณนั้น เขาเรียกว่า นักขับที่ไร้ความรับผิดชอบ สิ่งหนึ่งที่เป็นคุณสมบัติติดตัวรถ Hybrid คือ อัตราเร่ง เพราะในจังหวะการเร่งความเร็ว ระบบจะช่วยกันทั้งเครื่องทั้งมอเตอร์ อัตราเร่งจึงดีกว่ารถปกติทั่วไป และช่วงถนนเลียบชายหาดบนสะพานชลมารควิถี 84 พรรษา ความแม่นยำของพวงมาลัย การตอบสนองของคันเร่งและเครื่องยนต์ รวมถึงระบบช่วงล่างและเสถียรภาพการทรงตัวของรถถูกทดสอบ เพราะเป็นถนนสายรองที่มีความคดเคี้ยวลาดชัน ลัดเลาะไปตามเส้นทาง จนกระทั่งเราเข้าสู่สนามสนามบินหนองค้อ เพื่อทดสอบเทคโนโลยีระบบการขับขี่อัจฉริยะต่างๆ แบบสนามปิด ที่ประกอบไปด้วย 5 สถานี



1. สถานีทดสอบอัตราการเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และการเข้าโค้งอัจฉริยะ (Torque (0-100 km/hr) and Intelligent Cornering) เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 243 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 530 นิวตัน-เมตร ถูกทดสอบโดยการขับรถเข้าโค้งด้วยความเร็วที่ตั้งไว้ เมื่อเข้าสู่ทางโค้งกล้องหน้ารถจะทำการตรวจสอบโค้งถนน เพื่อปรับความเร็วให้เหมาะกับโค้งโดยอัตโนมัติ เพื่อให้การเข้าโค้งปลอดภัยที่สุด เมื่อผ่านโค้งไปแล้วรถจะกลับเข้าสู่ความเร็วเดิมที่ตั้งไว้
2. สถานีทดสอบระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA : Auto Reversing Assistance) เป็นระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติที่ความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง กับระยทางไกลสุด 50 เมตร โดยระบบจะจดจำเส้นทางที่ขับผ่าน และสามารถถอยหลังกลับอัตโนมัติ ตามเส้นทางที่ผ่านมาได้อย่างราบรื่น

3. สถานีทดสอบระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IAP Integration Auto Parking) ทั้งในรูปแบบการถอยเข้าช่องจอด การจอดขนานเส้นทางเดินรถ และการจอดตามแนวเฉียง ระบบจะทำงานโดยอาศัยกล้อง 360 องศา และเซนเซอร์อัลตร้าโซนิค ช่วยให้ All New HAVAL H6 Hybrid SUV สามารถค้นหาที่จอดรถ คำนวณพื้นที่สำหรับจอดรถได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถช่วยจอดได้
4. สถานีทดสอบระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตา ขณะถอยหลัง (RCTA+RCTB Rear Cross Traffic Alert and Rear Cross Traffic Breaking) ขณะที่เราขับถอยหลังในมุมอับ ระบบจะตรวจสอบรถยนต์ที่วิ่งเข้ามาใกล้ จากทางด้านข้างทั้งซ้ายและขวาด้วยเซนเซอร์ และจะแจ้งเตือนและเบรกให้โดยอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชน
5. สถานีทดสอบระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC : Adaptive Cruise Control) ระบบจะควบคุมความเร็วเต็มพิกัดตามที่กำหนดไว้ รวมถึงการหยุดและรีสตาร์ทกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้า โดยกล้องติดรถยนต์ ADAS จะทำงานประสานกับชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ Q4 ของโมบายอาย (EYEQ4)

จากการร่วมเดินทางในกิจกรรมทดสอบ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ของ GMW พอจะสรุปได้เป็นเบื้องต้นว่า All New HAVAL H6 Hybrid SUV ถือเป็นรถยนต์ SUV ที่น่าใช้อีกรุ่นในท้องตลาด อีกทั้งยังเป็นรถยนต์แบบ Hybrid ที่มีทั้งเครื่องยนต์และ Motor ช่วยกันทำงาน แม้ว่าเครื่องยนต์ดูจะเล็กไปหน่อยกับการแบกรถ SUV ที่มีทั้ง Motor และแบตเตอรี่ แต่แรงม้าโดยรวมและแรงบิดมหาศาลจากมอเตอร์ ก็พอจะเอาอยู่ ส่วนจะได้อะไรเสียอะไรนั้น ลองถามมาในกล่องความคิดเห็นครับแล้วผู้เขียนจะหาโอกาสเข้ามาแลกเปลี่ยนความเห็นกันให้กระจ่างกันไป…
