Home Touring มนต์เสน่ห์แห่งสายน้ำกับความงามของน้ำตกทีลอเร #1

มนต์เสน่ห์แห่งสายน้ำกับความงามของน้ำตกทีลอเร #1

by dcar magazine

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกๆ ท่าน ในที่สุดนิตยสารดีคาร์ก็พาท่านมาถึงเดือนสุดท้ายของปี 2567 กันแล้ว ในฉบับส่งท้ายปีเก่านี้ เราจะพาท่านผู้อ่านไปพบกับความสดชื่นของน้ำตก ที่ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่ไปยากเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทยกันเลยทีเดียว นั่นก็คือ “น้ำตกทีลอเร” นั่นเอง

“น้ำตกทีลอเร” เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่ในเขตผืนป่าตอนบนด้านตะวันออกของต้นลำน้ำแม่กลอง บริเวณรอยต่อระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ตัวของน้ำตกตั้งอยู่บนโตรกผาที่มีลักษณะเป็นเพิงผาคล้ายถํ้า น้ำตกจะสูงไหลลงมาเป็นละอองน้ำ ผ่านชะง่อนหินของมอสและเฟิร์น ผ่านหน้าผาสูงชันประมาณ 80 เมตร ก่อนจะตกลงมากลายเป็นส่วนต้นของลำน้ำแม่กลองท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งผู้ที่จะเดินทางเข้าไปเยี่ยมชมต้องเป็นผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางแบบผจญภัย และรักธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยมีผู้เขียนเป็นหนึ่งในนั้น

การเดินทางเราใช้บริการของคำสิงห์โฮมสเตย์ โดยมีลุงคำสิงห์เป็นผู้นำทาง โดยนำรถไปจอดที่บ้านลุง แล้วทางบ้านพักก็พาเราเดินทางด้วยรถสองแถว โดยใช้เส้นทางสายอุ้มผาง-บ้านปะละทะ ไปยังหมู่บ้านกระเหรี่ยงปะละทะ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองอุ้มผางประมาณ 27 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทาง ซึ่งกลุ่มเราใช้เรือยาง  2 ลำ เรือคายัค  5 ลำ รวมกับฝีพายเป็น 18 คน สองข้างทางที่ผ่านเต็มไปด้วยความงดงาม ต้นไม้ใหญ่เขียวขจี โตรกผาสูง มีฝูงนกป่า ฝูงลิง และสัตว์ป่าให้เห็นตลอดทาง การล่องแก่งน้ำตกทีลอเรนั้น เป็นการล่องเรือสู่ต้นน้ำแม่กลอง ซึ่งแม่น้ำสายนี้ไหลไปยังจังหวัดกาญจนบุรี ก่อนไปออกทะเลอ่าวไทยที่จังหวัดสมุทรสาคร ผ่านแก่งต่างๆ ถึง 11 แก่ง ซึ่งแต่ละแก่งความยากอยู่ในระดับปานกลางถึงยากมาก โดยระหว่างทางก็พักทอดแห เก็บผักกูด และกินข้าวกลางวันที่ลุงคำสิงห์เตรียมมาให้ โดยในการล่องครั้งนี้ ผู้เขียนเองหัวทิ่มลงไปในน้ำหนึ่งครั้งตอนเรือผ่านแก่งกระโจน ดีที่มือยังเหนียวไม่ตกน้ำเสียก่อน ตลอดระยะทาง 40 กิโลเมตร ใช้เวลาล่องแก่งประมาณ 5 – 6 ชั่วโมงไปสิ้นสุดที่แก่งอกแตก ซึ่งมีลักษณะเป็นหินก้อนใหญ่ขวางลำน้ำ ก่อนจะถึงตัวน้ำตก “ทีลอเร” ซึ่งตรงนี้เราต้องขึ้นจากเรือแล้วปีนขึ้นไปบนน้ำตก คำว่า “ทีลอเร” มีชื่อเป็นภาษากะเหรี่ยงแปลว่า “น้ำตกหิน” ตามลักษณะของน้ำตก ซึ่งเป็นหน้าผาหินมีน้ำไหลเป็นม่านทิ้งตัวสู่ลำน้ำ ตัวน้ำตกไม่ลื่นเหมือนน้ำตกอื่นๆ บริเวณนี้นับเป็นป่าอย่างแท้จริง ไม่มีที่พักสำหรับผู้เดินทาง ใดๆ ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีไฟ เราต้องดำรงชีพอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง  เต็นท์ อาหาร และอุปกรณ์ดำรงชีพต่างๆ ถูกนำมาโดยช้างจำนวน 3 เชือก สำหรับรายละเอียดของการดำเนินชีวิตในป่าของพวกเรา จะขอเล่าต่อในฉบับหน้านะคะ